10ความคิด10ความฝันที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ของมนุษย์

0
1195

นี่คือ10เรื่องราวที่โดดเด่นของนักวิทยาศาสตร์ นักเขียน นักคณิตศาสตร์ นักดนตรีและนักประดิษฐ์ ที่เป็นสิ่งเริ่มความคิดความฝันและจินตนาการที่สร้างสรรของมนุษย์

Mary Shelley

  1. Mary Shelley : นักเขียนนวนิยายsci-fiแรกของโลก

แมธิลด์ เซลลีย์ (Mary Shelley) เกิดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ค.ศ.1797 ในกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ เธอเขียนนวนิยายที่มีชื่อเสียงมากที่สุดอย่างนวนิยายเรื่อง Frankenstein(1818) เป็นนวนิยายเชิงวิทยาศาสตร์แรกของโลกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฝันร้ายของเธอ และเธอเขียนหนังสืออีกหลายเล่ม เช่น Valperga(1823) The Last Man (1826)และthe autobiographical Lodore (1835) หลังจากนั้นแมธิลด์ เซลลีย์ได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งสมอง ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1851 ในกรุงลอนดอลประเทศอังกฤษ เธอคือผู้ริเริ่มการเขียนนวนิยายsci-fi นวนิยายเชิงวิทยาศาสตร์

พอล แม็กคาร์ตนีย์

  1. Paul McCartney : เพลงที่เป็นแรงบันดาลใจเพลง

เซอร์ เจมส์ พอล แม็กคาร์ตนีย์ (Paul McCartney) เกิดเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ค.ศ.1942 เป็นนักร้องและนักประพันธ์เพลงชาวอังกฤษ เขามีชื่อเสียงมากจากการเป็นสมาชิกวงเดอะบีทเทิลส์(The Beatles) ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ร่วมกับ จอห์น เลนนอน ,จอร์จ แฮร์ริสัน และ ริงโก สตาร์ ซึ่งเขาและจอร์นได้แต่งเพลงที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น Lady Madonna, Here Today, WanderlustและYesterday จนถึงปี ค.ศ.1970 เดอะบีทเทิลส์ก็แตกวงไป พอลได้แยกมาทำอัลบั้มร่วมกับภรรยา ลินดา แม็กคาร์ตนีย์ ในชื่อ วิงส์ (Wings) พอลเป็นนักดนตรีและนักประพันธ์เพลงที่ประสบผลสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์เพลงป๊อป เขาได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำ 60 ครั้ง และเพลง Yesterday ก็เป็นเพลงที่ถูกนำไปคัฟเวอร์มากที่สุดในโลก ถูกเผยภาพและเสียงในอเมริกามากกว่า7ล้านครั้ง

Niels Bohr

  1. Niels Bohr : โครงสร้างของอะตอม

นีลส์ บอร์ (Niels Bohr) เกิดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ.1885 เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก นักฟิสิกส์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2  เพราะค้นพบทฤษฎีการแตกตัวของอะตอม จนเกิดการพัฒนาเป็นระเบิดปรมาณู ให้แก่สหรัสอเมริกาและโคเปนเฮเกน และได้รับรางวัลปรมาณูเพื่อสันติ เมื่อสิ้นสุดสงครามในปี ค.ศ.1945 นีลส์ บอร์ ก็เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นผู้อำนวยการสถาบันฟิสิกทฤษฎีที่โคเปนเฮเกน และได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์เมื่อ ค.ศ.1922 จากผลงานทฤษฎีอะตอมแนวใหม่

Elias Howe

  1. Elias Howe : ตาของเข็ม

อีเลียส ฮาว (Elias Howe) เกิดเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ค.ศ.1819 นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ที่คิดค้นเครื่องจักรเย็บผ้าคิดค้นจากกลไกต่างๆจากสูตรความคิดจากตัวเขาเองในช่วง ค.ศ.1790 โดยใช้กุ๊นเย็บผ้าเป็นตัวออกแบบ เครื่องเย็บผ้าของเขามีคุณสมบัติที่ทันสมัยที่สุด เครื่องจักรเย็บผ้าของเขาเป็นสิ่งเริ่มในการสร้างเครื่องจักรต่างๆในโรงงาน เขาได้รับรางวัลสิทธบัตรที่สหรัสอเมริกา หลังจากนั้นได้ก่อโรงงานจักรเย็บผ้าในนิวยอร์กซิตี้ภายใต้ชื่อ เดอะฮาวจักรเย็บผ้า และได้รับรางวัลเหรียญทองในนิทรรศการลอนดอนในปี ค.ศ.1862 หลังจากนั้นเขาได้เสียชีวิตเมื่ออายุ 48 ปีเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ.1867 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนักประดิษฐ์แห่งชาติโดยสหรัฐอเมริกา

Albert Einstein

  1. Albert Einstein : ความเร็วแสง

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) เกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ.1847 นักฟิสิกส์ทฤษฎี ชาวเยอรมัน เป็นแบบอย่างความฉลาดแล้วความอัจฉริยะของใครหลายๆคน เขาได้เสนอ ทฤษฎีสัมพัทธภาพ มีส่วนร่วมในการพัฒนาทฤษฎีควอนตัม ทฤษฎีการหักเหของแสงอันเนื่องมาจากแรงโน้มถ่วงและเลนส์ความโน้มถ่วง การเคลื่อนที่ของอะตอมในของแข็ง พลังงานที่จุดศูนย์ ทฤษฎีใหม่เกี่ยวกับแรงโน้มถ่วง สถิติกลศาสตร์ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และจักรวาลวิทยา ริเริ่มโครงการทฤษฎีแรงเอกภาพ เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี ค.ศ.1921 จากปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก และประโยชน์จากฟิสิกส์ทฤษฎี อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้เสียชีวิตเมื่อ 18 เมษายน ค.ศ.1955

Srinivasa Ramanujan

  1. Srinivasa Ramanujan : ผู้ที่รู้ไม่สิ้นสุด

ศรีนิวาสะ รามานุจัน (Srinivasa Ramanujan) เกิดเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ.1887 นักคณิตศาสตร์ ชาวอินเดีย เป็นผู้สร้างงานวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ ทฤษฎีต่างๆ ทฤษฎีจำนวน อนุกรมอนันต์ และเศษส่วนต่อเนื่อง การวิจัยทางคณิตศาสตร์ของเขาได้รับการยอมรับโดยนักคณิตศาสตร์ชาวอินเดีย และผลงานของเขาก็กลายเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก เขาสร้างผลงานของตนเองกว่า 3900 รายการ ผลงานของเขาล้วนได้รับการพิสูจน์ทั้งสิ้นว่าถูกต้องผลงานของเขาสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการวิจัยต่อเป็นจำนวนมาก เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 เมษายน ค.ศ.1920

Robert Louis Stevenson

  1. Robert Louis Stevenson : การปรับเรื่องผี

โรเบิร์ต หลุยส์ สตีเวนสัน (Robert Louis Stevenson) เกิดเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ.1850 ในเมืองเอดินบะระ ประเทศสกอตแลนด์ เขาเป็นนักเขียนบึกทึกการเดินทาง ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก เพราะเขาเป็นคนริเริ่มการเขียนบันทึกการเดินทาง ผลงานของเขาได้รับการยกย่องจากนักเขียนอื่นๆ เพราะการเลือกใช้คำที่เหมาะสม เขาเป็นผู้ทำให้ผู้คนสนใจในการเขียนบันทึกการเดินทาง และเขาเป็นผู้เริ่มเขียนนวนิยายสยองขวัญ หนังสือของเขาได้รับรางวัลอันดับ3ของนวนิยายสยองขวัญที่สุดในโลก จากหนังสือเรื่อง Jekyll & Hyde

Otto Loewi

8 . Otto Loewi : ประสาทพัฒนาแรงจูงใจ

อ็อตโต (Otto Loewi) เกิดเมื่อ 3 มิถุนายน ค.ศ.1873 ณ กรุงแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน เป็นผู้ค้นพบ acetylcholineที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาทางการแพทย์ จากการค้นพบของเขาทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ในปี ค.ศ.1936 ซึ่ง acetylcholine  เป็นอินทรีย์เคมีที่ทำหน้าที่ในสมองและร่างกายของสัตว์และมนุษย์ เป็นสารที่ใช้ในระบบประสาทและกล้ามเนื้อ acetylcholine จึงเป็นความก้าวหน้าของการรักษาทางการแพทย์ที่ใช้กันทั่วโลก

August Kekulé

  1. August Kekulé : โครงสร้างเบนซิน

ออกัส (August Kekulé) เกิดเมื่อวันที่ 7 กันยายน ค.ศ.1829 ชาวเยอรมัน เป็นนักเคมีที่โดดเด่นมากในยุโรป โดยเฉพาะวิชาเคมีทฤษฎี เขาเป็นผู้ค้นพบทฤษฎีโครงสร้างทางเคมี ผลงานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเขาคือโครงสร้างเบนซิน ชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างที่มีแหวนหกสมาชิกของอะตอมคาร์บอนที่มีการสลับพันธบัตรเดี่ยวและคู่ เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี ในปี ค.ศ.1901 จากผลงานของเขา และได้สร้างอนุสาวรีขนาดใหญ่ด้านหน้าของสถาบันเคมีที่มหาวิทยาลัยบอนน์ และเขาได้รับสมญานามว่าเป็นบิดาแห่งโครงสร้างเคมี

Frederick Banting

  1. Frederick Banting : ความก้าวหน้าทางการแพทย์

เฟรเดอริก แบนติง (Frederick Banting) เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 1891 นักวิทยาศาสตร์ชาวแคนนาดา เป็นข้าราชการทหารหน่วยการแพทย์ในสงครามโลกครั้งที่1 เขาช่วยรักษาโรคเบาหวาน โดยการผ่าตัดสุนัขจำนวนมากเพื่อเอาตับอ่อน เพื่อสกัดเอาสารในตับอ่อนไปรักษาสุนัขที่เป็นโรคเบาหวาน โดยการรักษาโดยการลดน้ำตาลในเลือด จากนั้นก็ทำการวิจัยต่อโดยเปลี่ยนจากสุนัขเป็นวัว และสกัดสารจากวัวที่มีชื่อว่า อินซูลิน ไม่เพียงแค่ค้นพบสารอินซูลิน เขายังช่วยชีวิตคนได้เป็นจำนวนมากที่ป่วยเป็นโรคต่อมไทรอย และโรคเบาหวาน ซึ่งไม่สามารถรักษาได้ในขณะนั้น  ผู้ป่วยที่ปัญหาการเผาผลาญไขมันและโปรตีนซึ่งนำไปสู่การตาบอดและเสียชีวิต ก็สามารถรับการรักษาได้ตั้งแต่เริ่มเป็นโรคได้ แบนติง ได้รับรางวัลโนเบล สาขาการแพทย์ ในปี ค.ศ.1923 เขาเป็นผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลที่อายุน้อยที่สุด เพียง32ปี รัฐบาลแคนนาดาจึงให้เงินในการสนับสนุนงานวิจัยแก่แบนติงตลอดชีวิต พระเจ้าจอร์จ ที่ 5 แห่งอังกฤษ ได้พระราชทานบรรดาศักดิ์ชั้นเซอร์แก่แบนติงเป็น เซอร์ เฟรเดอริก แบนติง

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here