จ่อหนาวระลอกใหม่ 23-27ม.ค.อุณหภูมิลดฮวบทั่วประเทศ6-10 องศา เตือนปชช.ระวังสุขภาพ

0
823
เมื่อวันที่ 22 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศคาดหมายลักษณะอากาศระหว่างวันที่ 21-27 ม.ค. 2559 ว่า ในช่วงวันที่ 21-22 ม.ค. บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะมีกำลังอ่อนลงทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น ในขณะที่มีลมใต้และ ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้ และอ่าวไทย เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าว มีฝนเกิดขึ้นได้ในระยะนี้
   ในช่วงวันที่ 23- 26 ม.ค. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ประกอบกับในช่วงวันที่ 25-26 ม.ค. จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนจากประเทศเมียนมา เข้ามาปกคลุมภาคเหนือของประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรกหลังจากนั้นอากาศจะหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิจะลดลง 6-10 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นโดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร หลังจากนั้น ความกดอากาศสูงจะอ่อนกำลังลง
   ในช่วงวันที่ 21-22 ม.ค. บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนได้บางแห่ง และในช่วงวันที่ 23-26 ม.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง ลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นโดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร
   ข้อควรระวังในช่วงวันที่ 23-27 ม.ค.ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงอย่างรวดเร็ว และ ขอให้ประชาชนในภาคใต้ที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งระมัดระวังคลื่นซัดเข้าฝั่ง และชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
   สำหรับการพยากรณ์ลักษณะอากาศแต่ละภาคมีดังนี้ ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 21 – 23 ม.ค. อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งถึงเป็นแห่งๆ ร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ตอนบนของภาคอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-18 องศาเซลเซียส ส่วนทางตอนล่างของภาคอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอย อากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-10 องศาเซลเซียส
ส่วนในช่วงวันที่ 24-27 ม.ค. มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ในระยะแรก และลมแรง หลังจากนั้น อากาศจะหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิจะลดลง 4-8 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม. /ชม.
   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 21-22 ม.ค. อากาศเย็นและอุณหภูมิจะสูงขึ้น โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างภาคอุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดภู อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 23-27 ม.ค. มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ในระยะแรก หลังจากนั้น อากาศจะหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิจะลดลง 6-10 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม. /ชม.
   ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 21-23 ม.ค. มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 24-27 ม.ค. มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ในระยะแรก และมีลมแรง หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 3-7 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม. /ชม.
   ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 21-23 ม.ค. มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 24-27 ม.ค. มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 3-7 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม. /ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
   ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 21-23 ม.ค. มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 24-27 ม.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนหนักบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม. /ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากว่า 3 เมตร
   ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 21-23 ม.ค. มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม. /ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 24-27 ม.ค. มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม. /ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1- 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
   กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 21-23 ม.ค. มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 24-27 ม.ค. มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ ในระยะแรก หลังจากนั้น อากาศจะหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิจะลดลง 3-4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม. /ชม.
ขอบคุณที่มา http://www.matichon.co.th/news/9306
ที่มา : startclip

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here