ดาบสองคมที่ชื่อว่าความเจริญ

0
869

ถ้าลองย้อนกลับไปซัก 25 ปีที่แล้ว บอกตรงๆ ว่าผมไม่คาดคิดจริงๆ ว่าโลกเรามันเปลี่ยนไปได้เร็วขนาดนี้ แน่นอนว่ามันไม่ถึงขนาดในหนังฝรั่งหรือการ์ตูนญี่ปุ่นหลายๆ เรื่อง ที่คาดกันว่าในศตวรรษที่ 21 จะมีเทคโนโลยีโน่นนี่นั่นเต็มไปหมด แต่ก็อีกนั่นแหละ ตอนที่เรามีสิ่งที่เรียกว่าโทรศัพท์มือถือใหม่ๆ ใครจะคิดว่ามันจะพัฒนากลายเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดย่อมๆ ไปได้ (มันเป็นแบบนั้นจริงๆ นะ โดยเฉพาะเมื่อ Microsoft ออกแนวคิด Windows Continuum มาด้วย)

ความเจริญ

แต่จากการที่ได้มาปฏิบัติหน้าที่ ที่บ้านหม่องกั๊วะ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ได้เข้าไปสัมผัสกับชีวิตของชาวบ้าน ได้พูดคุยกับ ด.ต. สมดุลย์ โพอ้น ครูใหญ่ของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบพระชนมพรรษา – บ้านหม่องกั๊วะ จ.ตาก แล้ว มันทำให้ผมตระหนักถึงความเป็นดาบสองคมของความเจริญครับ

ตอนที่ทานข้าวกลางวันกับ ด.ต.สมดุลย์ ท่านได้เล่าให้ฟังว่า การเข้ามาของความเจริญที่รวดเร็วเกินไปนั้น มันส่งผลกระทบในเชิงลบมากกว่าเชิงบวก ทั้งนี้เพราะชาวบ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่ปรับตัว ปรับวิถีชีวิตกันไม่ทัน เช่น ได้เห็นลักษณะการพูดการจาของเด็กๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นต้น ซึ่งฟังแล้วผมพอจะนึกออกเลยครับ ลองคิดดูนะ สำหรับวิถีชีวิตคนเมืองหลวงแล้ว ความเจริญและเทคโนโลยีต่างๆ แม้จะไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปในระดับนึง โทรทัศน์ค่อยๆ แพร่หลายในแต่ละครัวเรือน เครื่องคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตใช้เวลาเป็นสิบปีกว่าจะกลายเป็นสิ่งที่แทบทุกบ้านในหัวเมืองใหญ่ๆ มีกัน สมาร์ทโฟนใช้เวลาเกือบ 5 ปี กว่าจะกลายเป็นสิ่งที่หลายๆ คน มีพกติดตัว

ความเจริญ2

นอกจากนี้ ในช่วงเวลาดังกล่าวมันยังเป็นเพียงช่วงเริ่มต้น ที่ให้เราได้รู้จักเรียนรู้ที่จะใช้มัน แต่ถึงขนาดนี้แล้ว เราก็ยังเห็นอยู่ว่ามีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่รู้จักใช้เทคโนโลยีในทางที่สร้างสรรค์ ในขณะที่อีกหลายๆ คน ขาดภูมิต้านทาน ขาดวิจารณญาณในการใช้เทคโนโลยี … แล้วนับประสาอะไรกับชาวบ้านในชนบทต่างๆ ที่ห่างไกลความเจริญ แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ความเจริญ เทคโนโลยีต่างๆ ก็พรวดพราดกันเข้าไปจนแทบตั้งตัวไม่ทัน

วิถีชีวิตของพวกเขาก็จะเปลี่ยนไปไม่มากก็น้อย อยู่ที่ว่า ความเจริญที่พรวดพราดเข้าไปนั้น มันมากน้อยแค่ไหน และพวกเขามีเวลาเตรียมตัวที่จะเรียนรู้มัน มีบุคลากรที่จะให้ความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีในทางที่สร้างสรรค์ รู้จักภัยคุกคามที่จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีต่างๆ มากน้อยเพียงใด

ในพื้นที่ท่องเที่ยว หรือ พวกเขตอุตสาหกรรมพิเศษ เขตการค้าพิเศษก็เช่นกัน ผมสังเกตว่าเมื่อมีนักท่องเที่ยวหรือนักลงทุนเข้าไปในพื้นที่เยอะ ความเจริญจะตามติดเข้ามาอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่ง (และอาจเป็นส่วนใหญ่) ก็เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวหรือนักลงทุนที่เข้ามาในพื้นที่นั่นเอง ตรงนี้ผิวเผินแล้วมันช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจให้กับคนในพื้นที่ เกิดการจ้างงาน เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงิน แต่มันก็แลกมาด้วยการสูญเสียธรรมชาติไป (ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเช่น ปาย) และค่าครองชีพมักจะดีดตัวขึ้นสูงด้วย (เพราะของขายนักท่องเที่ยวก็มักจะแพงอยู่แล้ว)

ผลประโยชน์ที่คนในพื้นที่ได้ จำนวนไม่น้อยเป็นเพียงผลประโยชน์ในระยะสั้น ผมได้เห็นการผันตัวจากอาชีพการเกษตรมาเป็นลูกจ้างในโรงงานหรือบริษัทห้างร้าน ความเจริญที่เข้ามา นายทุนต้องการที่ดินเพื่อนำไปพัฒนาเป็นแหล่งความเจริญ เกษตรกรเห็นประโยชน์ระยะสั้นจากการขายที่ดินเพราะได้เงินจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น คิดแล้วก็น่าเป็นห่วงนะครับ

สิ่งเหล่านี้มันทำให้ผมกลัว กลัวดาบสองคนที่ชื่อว่า “ความเจริญ”

ที่มา : kafaak.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here